วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6

1.  
  1.ทำไมแนวโน้มของระบบสารสนเทศ จึงมีการนำไปสนับสนุนงานธุรกิจหลายด้าน
ตอบ เพื่อแก้ปัญหาและสร้างโอกาสในธุรกิจและผู้ใช้ต้องมีความเข้าใจพื้นฐานระบบสารสนเทศ สามารถสนองความต้องการการใช้งานด้านธุรกิจได้
2.    ทำไมระบบการตลาดปัจจุบัน จึงเปลี่ยนมาเป็นการใช้งานบนอินเทอร์เน็ต จงอธิบาย
        ตอบ การตลาดทำหน้าที่สำคัญในการจัดการธุรกิจการค้า องค์ธุรกิจจะต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานด้านการตลาดที่สำคัญในอันที่จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็
3.    จงยกตัวอย่างของบริษัทที่นำระบบสารสนเทศเข้าไปช่วยทางธุรกิจ
ตอบ บริษัท Gulf States Paper Corporation
4.    ระบบการขายในสำนักงานอัตโนมัติ มีผลกระทบต่อพนักงานขาย พนักงานฝ่ายบริหารการตลาด และฝ่ายจัดทำเรื่องการแข่งขันอย่างไร
ตอบ การเพิ่มจำนวนขึ้นของคอมพิวเตอร์และเครือข่ายทำให้เกิดปัจจัยพื้นฐานสำหรับแรงขับเคลื่อนการขายอัตโนมัติ ในหลายๆบริษัท ใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เว็บบราวเซอร์และซอฟแวร์ด้านการจัดการติดต่อการขายเป็นเครื่องมือที่จะเชื่อมต่อกับเว็บไซท์การตลาดบนอินเทอร์เน็ต เอ็กซ์ทราเน็ตและอินทราเน็ตของบริษัท
5.    ระบบอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ต สามารถนำมาช่วยในการทำงานร่วมกันในกระบวนการผลิตได้อย่างไร
ตอบ กระบวนการผลิตเหมือนกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยงานวิศวกรรมและการออกแบบ การควบคุมการผลิต ตารางการผลิต และการบริหารด้านการจัดหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความร่วมมือ การเพิ่มในเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ตและเครือข่ายอื่นๆเพื่อเชื่อโยงกับสถานีงาน
6.    ระบบอินเทอร์เน็ตและอินทราเน็ต ช่วยสนับสนุนด้านการการจัดการเรื่องทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างไร ยกตัวอย่างมาอย่างละ 3 ตัวอย่าง
ตอบ อินเทอร์เน็ต เช่น ระบบออนไลน์ของ HRM ได้เกี่ยวข้องกับการจัดหาลูกจ้างผ่านเว็บไซท์ของแผนกจัดหาลูกจ้างของบริษัท ใช้บริการและฐานข้อมูลของบริษัทจัดหางานบนเว็บ การประกาศผ่านกลุ่มข่าวบนอินเทอร์เน็ตและสื่อสารกับผู้สมัครงานผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ - อินทราเน็ต เช่น การให้บริการตัวเองของลูกจ้างจะช่วยให้พนักงานได้เห็นรายงานด้านผลประโยชน์และค่าใช้จ่าย ข้อมูลด้านการจ้างงานและเงินเดือน สามารถเข้าถึงและปรับปรุงสารสนเทศส่วนบุคคลให้เป็นปัจจุบัน
7.    เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ด้านการบัญชี และการเงินอย่างไร อธิบาย
      ตอบ ระบบคอมพิวเตอร์ด้านการบัญชีจะทำการบันทึกและรายงานการไหลเวียนของเงินทุนภายในองค์กรในเรื่องที่สำคัญในอดีตและผลิตรายการด้านการเงิน ส่วนระบบสารสนเทศด้านการเงิน สนับสนุนผู้จัดการฝ่ายการเงินในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการเงินของบริษัท เป็นต้น
8.    ถ้านักศึกษาเป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นผู้บริหารหรือเป็นผู้ประกอบการทางธุรกิจเอง นักศึกษาคิดที่จะนำเอาระบบสาระสนเทศมาใช้หรือไม่ เพราะเหตุใด จงให้เหตุผล
ตอบ ใช้ เพราะระบบสารสนเทศสามารถที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราไปอย่างได้ง่ายขึ้น สะดวกในการบริหารงานมากขึ้น ยิ่งในเรื่องของระบบสารสนเทศด้านบัญชีที่ช่วยในเรื่องของระบบบัญชีออนไลน์ที่ช่วยในเรื่องของกระบวนการสั่งซื้อ การควบคุมสินค้าคงคลัง เป็นต้น


นางสาววิภาดา  จำปางาม บกจ 3/2

สรุป บทที่ 8 ระบบสารสนเทศสำหรับความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์

ระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
      ระบบสารสนเทศกับการเปลี่ยนแปลงในองค์การ   เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือสำหรับการรื้อปรับระบบและการเปลี่ยนแปลงองค์การใน 4 ระดับ คือ การปรับเปลี่ยนระบบงานเดิมให้เป็นระบบงานอัตโนมัติ การเปลี่ยนแปลงระดับกระบวนการปฏิบัติงาน การออกแบบระบบงานใหม่ และการเปลี่ยนแนวความคิด
ระบบสารสนเทศกับการเปลี่ยนแปลงองค์ก
      เทคโนโลยีสารสนเทศนอกจากจะถูกนำมาช่วยในการดำเนินงานขององค์การให้บรรลุตามวัตถุประสงค์แล้ว  ยังเป็นเครื่องมือสำหรับการรื้อปรับระบบและการเปลี่ยนแปลงองค์การใน  4  ระดับ  คือ
1.  การปรับเปลี่ยนระบบงานเดิมให้เป็นระบบงานอัตโนมัติ (Automation)
 2.  การเปลี่ยนแปลงระดับกระบวนการปฏิบัติงาน (Rationalization of Procedures) 
 3.  การออแบบระบบงานใหม่ (Business Process Reengineering : BPR)
 4.  การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shifts)
  ระดับของกลยุทธ์
       กลยุทธ์ (Strategy)  คือ   แผนรวมขององค์การที่นำเอาข้อได้เปรียบและจุดเด่นในด้านต่างๆมาใช้ประโยชน์  และปรับลดจุดด้อยเพื่อแสวงหาโอกาสและหลีกเลี่ยงอุปสรรค  ซึ่งจะทำให้องค์กรสามรถอยู่รอดและเจริญเติบโตได้ในระยะยาว  รวมทั้งสามารถเอาชนะคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยทั่วไปมีกลยุทธ์ 3 ระดับ  ดังนี้
        1. กลยุทธ์ระดับบริษัทหรือองค์การ (Corporate Strategy)   กำหนดโดยผู้บริหารระดับสูง ให้ความสำคัญ  กับการดำเนินงานในระยะยาว  มุ่งพิจารณาถึงธุรกิจที่องค์การควรดำเนินการ
       2. กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Strategy) กำหนดโดยผู้บริหารหน่วยธุรกิจ ให้ความ สำคัญกับการ
      3. กลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Functional Strategy) กำหนดโดยหัวหน้าหน่วยงานตามหน้าที่ทางธุรกิจ เช่น
  แข่งขันของหน่วยธุรกิจ
        การเงิน การตลาด การดำเนินการ และทรัพยากรบุคคล   เพื่อสนับสนุนและสอดคล้อง กับกลยุทธ์ระดับที่สูงกว่า

 

กระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์
      1.   การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT Analysis)     วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ภายนอกองค์การ   การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกองค์การจะพิจารณาเกี่ยวกับโอกาส และ อุปสรรค จะแบ่งเป็น
- การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั่วไป   วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อธุรกิจในมุมกว้าง เช่น ปัจจัย
-   ทางการเมือง  เทคโนโลยี  สังคม  และ เศรษฐกิจ
- การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในการดำเนินงาน   เป็นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลเกี่ยวเนื่อง  
  กับการดำเนินงานโดยตรง เช่น รัฐบาล วัตถุดิบ คู่แข่งขัน ลูกค้า
- การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ช่วยให้ทราบถึงจุดแข็ง  จุดอ่อน ขององค์การ 
      2. การกำหนดกลยุทธ์   (Strategy Formulation)        นำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมมากำหนดทิศทาง แนวทาง กรอบความคิด
     3. การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ (Strategy Implementation)   นำแผนที่กำหนดไปปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับปัจจัยทั้งทางตรงทางอ้อมที่มีผลต่อความสำเร็จและล้มเหลวของกลยุทธ์
  4.  การควบคุมกลยุทธ์         (Strategy Control)          กำหนดกฎเกณฑ์ และมาตรฐานเพื่อเป็นแนวทางในการวัด และเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับมาตรฐานที่กำหนดไว้ การควบคุม ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลว่าเป็นไปตามแนวทางที่ต้องการหรือไม่
ความหมายของระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
ระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์   คือ ระบบสารสนเทศใดๆที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสภาพการแข่งขันขององค์การให้ดีขึ้น
ระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์   คือ ระบบที่สนับสนุนหรือกำหนดแนวทางกลยุทธ์ในการแข่งขันของหน่วยธุรกิจ
ระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์   คือ ระบบสารสนเทศที่ช่วยให้องค์การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน  ลดความเสียเปรียบ ช่วยให้บรรลุตามวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ขององค์การ




โมเดลแรงผลักดันในการแข่งขันของพอร์เตอร์  ( Portes’s Competitive Force Model)
ไมเคิล  อี. พอร์เตอร์  ได้พัฒนาโมเดลเพื่อวิเคราะห์สภาวะการแข่งขัน โดยองค์การจะประสบแรงผลักดันในการแข่งขัน ( Competitive Forces ) ดังนี้
1. อุปสรรคจากผู้แข่งขันรายใหม่ที่เข้าสู่ตลาด  ( Threat  of   Entry  of  New  Competitors  )
2. อำนาจการต่อรองของผู้ขายปัจจัยการผลิต  ( Bargaining  Power  of  Suppliers )
3. อำนาจการต่อรองของผู้ซื้อ หรือ ลูกค้า  (Bargaining  Power  of  Buyers/Customers )
4. การแข่งขันระหว่างกิจการต่างๆในอุตสาหกรรม  ( Rivaly  Among  Existing  Competitors )
5. อุปสรรคที่เกิดจากสินค้า หรือ บริการทดแทน  ( Threat  of  Substitute Products/Services )
โมเดลแรงผลักดันในการแข่งขันของพอร์เตอร์
พอร์เตอร์  ได้เสนอกลยุทธ์ในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน  ดังนี้
1. กลยุทธ์ในการเป็นผู้นำด้านราคา (Cost  Leadership  Strategy)  องค์การจะต้องค้นหาให้ได้ว่าสินค้าหรือบริการที่ดีในความรู้สึกของลูกค้ามีลักษณะพื้นฐานอย่างไร และจะต้องบริหารกระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการนั้นให้มีต้นทุนต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม
2. กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง (Differentiation  Strategy ) การสร้างบริการขององค์การให้มีลักษณะที่โดดเด่น แตกต่างจากคู่แข่งขัน ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ทำให้ลูกค้ายึดติดในสินค้า และบริการนั้น
3. กลยุทธ์เน้นกลุ่มเป้าหมาย  (Focus  Strategy)  การเลือกตลาดเป้าหมายสำหรับสินค้าหรือบริการที่มีลักษณะแคบลง หรือ มีตลาดเฉพาะด้าน ซึ่งจะมีคู่แข่งน้อยลง แต่มีช่องว่างทางการตลาด กลยุทธ์นี้จะใช้ความพิเศษเหนือกว่าคู่แข่งขันทั้งในด้านสินค้า และ บริการ  เช่น  กระเป๋ายี่ห้อดัง ( Brand Name )   รถยนต์ที่เน้นความปลอดภัยขอผู้ขับขี่และผู้โดยสาร     นาฬิกา สวิส์   สุดยอดแห่งความเที่ยงตรง คงทนและงดงาม

 กรอบแนวคิดของไวส์แมน

 

ไวส์แมน ได้ขยายความคิดของ พอร์เตอร์ และเสนอกรอบแนวคิดที่เรียกว่า ทฏษฎีแรงผลักดันด้านกลยุทธ์ (Theory of Strategy Thrust ) องค์การจะจัดการเก็บแรงผลักดันต่างๆ โดยสร้างกลยุทธ์ดังนี้
1.   กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง    (Diffentiation)
2.   กลยุทธ์ด้านราคา                    (Cost)
3.   กลยุทธ์ด้านนวัตกรรม           (Innovation)
4.   กลยุทธ์ด้านการเจริญเติบโต   (Growth)
5.   กลยุทธ์ด้านพันธมิตร              (Alliance)
       โดยมีแนวคิดกลยุทธ์สร้างความแตกต่าง  และกลยุทธ์ด้านราคา จะเหมือนกับแนวคิดของพอร์เตอร์ สำหรับกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมนั้นเป็นวิธีการหรือการกระทำใหม่เพื่อสร้างสินค้าใหม่ ผลิตและส่งสินค้า ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเกิดความพอใจ หากมีการพัฒนานวัตกรรมของสินค้า หรือบริการอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ทัน
      ส่วนกลยุทธ์ด้านการเจริญเติบโตเป็นการขยายตัว และสร้างคุณค่าให้กับสินค้าหรือบริการเพิ่มขึ้นโดยอาจขยายตัวในแนวระนาบ
      องค์การอาจใช้กลยุทธ์ด้านพันธมิตร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น การสร้างระบบสารสนเทศระหว่างองค์การ ที่เชื่อมต่อระบบสารสนเทศขององค์การเข้ากับระบบสารสนเทศขององค์การอื่น โดยมีการใช้ข้อมูลร่วมกันและเป็นกระบวนการทำงานอัตโนมัติ
ความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์ระดับต่าง ๆ
โมเดลของพลังการแข่งขัน (Competitive Forces Model)
1) การแข่งขันจากคู่แข่งขัน (Rivalry among Existing Competitors)
2) แรงกดดันจากคู่แข่งขันรายใหม่
3) แรงกดดันจากสินค้า/บริการทดแทน
4) อำนาจการต่อรองของผู้ซื้อ
5) อำนาจการต่อรองของซัพพลายเออร์


Porter (1985) ได้เสนอกลยุทธ์ในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันเป็น 3 ประเภท คือ
1) กลยุทธ์โดยใช้ต้นทุนต่ำ (Cost Leadership Strategy)
การผลิตสินค้า/บริการด้วยราคาที่ต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม
2) กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy)
กลยุทธ์ในการสร้างสินค้า/บริการซึ่งมีลักษณะโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งขันหรือการพัฒนาสินค้า/บริการใหม่ ๆ ที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งคู่แข่งขันไม่สามารถลอกเลียนแบบได้
3) กลยุทธ์ในการเน้นกลุ่มเป้าหมาย (Focus Strategy)
กลยุทธ์ในการเลือกตลาดที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงกลุ่มเป้าหมายซึ่งยังเป็นช่องว่างทางตลาด (niche market) โดยอาจะผสมผสานกับกลยุทธ์การสร้างความแตกต่างเรียกว่า Focused Differentiation
 
นางสาววิภาดา  จำปางาม บกจ  3/2


                                                                                                                  

กรณีศึกษา บทที่ 8

        กรรีศึกษาจริง กับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกันเพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน
        1. อะไรคือความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ GATX ได้รับจากการพัฒนา ERP ซอฟต์แวร์ให้เข้ากับความต้องการ
ตอบ  GATX ตัดสินใจสร้างงาน (Function) หนึ่งขึ้นมา ซึ่งไม่มีในซอฟต์แวร์ SAP R/3 Enterprise Resource Planning (ERP) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้กระบวนการต่างๆในการดำเนินธุรกิจทำได้โดยอัตโนมัติ
          2. อะไรคือประโยชน์ทางการแข่งขันที่ GATX มองหาจากการขาย ERP ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาแล้วให้กับคู่แข่ง
ตอบ  GATX ได้หลีกเลี่ยงที่จะกระโจนเข้าสู่ข้อผิดพลาดที่หลายๆ บริษัทเคยทำไว้ นั่นคือการพยายามที่จะพัฒนาทุกอย่างด้วยตนเอง
          3. อะไรคือความเสี่ยงทางธุรกิจของกลยุทธ์นี้ของ GATX
            ตอบ ตลาดการบริหารสินทรัพย์ยังไม่มีระบบงานใดๆที่สนองความต้องการของอุตสาหกรรมนี้


         กรณีศึกษาจริง  การใช้อินทราเน็ตและเอ็กซ์ทราเน็ต เพื่อความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน

   1    ตอบ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตได้รับความสนใจและมีประโยชน์มากสำหรับองค์กรต่าง   เพราะสามารถสื่อสารคนจำนวนมากเข้าด้วยกัน  เพื่อเผยแพร่ข้อมูลโดยเสียค่าใช้จ่ายต่ำถึงแม้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้จะต่างรุ่นต่างแบบกัน  ในอดีตองค์กรหลาย ๆ แห่งเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลในการลงทุนกับเทคโนโลยีที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในองค์กร  ซึ่งผลที่ได้บางครั้งก็ไม่น่าพอใจ  ด้วยเหตุที่องค์กรต่าง   จึงได้นำเทคโนโลยีอินทราเน็ตเข้ามาใช้  เพื่อเป็นคำตอบสำหรับการสื่อสารข้อมูลภายในองค์กร  โดยใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับอินเทอร์เน็

2. ผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานของ Ford ก่อให้เกิดอะไรบ้าง

ตอบ ตัวแทนจำหน่ายจะสามารถให้ลูหค้าสั่งซื้อและจัดส่งรถได้ทุกประเภท พนักงานขายสามารถจะนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์กับลูกค้าและให้ลูกค้าระบุอุปกรณ์ที่ต้องการ ดูรูปประกอบบนจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงด้วยความละเอียดระดับสูง สั่งซื้อรถ และสามารถรับทราบวันที่แน่นอนในการจัดส่ง

  3.ผลกำไรที่ Ford หวังว่าจะได้รับจากการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในขั้นตอนการสั่งซื้อคืออะไร
ตอบ  ลูกค้าสามารถระบุอุปกรณที่ต้องการ ดูรูปประกอบบนจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงด้วยความละเอียดระดับสูง สั่งซื้อรถ และสามารถรับทราบวันที่แน่นอนในการจัดส่ง



 นางสาววิภาดา  จำปางาม บกจ 3/2
  
   1  1. อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ต ช่วย Ford ในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการการทำงานทางธุรกิจได้อย่างไร

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 8

  1.ถ้าให้นักศึกษาเป็นผู้บริหารในองค์กร จะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเป็นประโยชน์ในการแข่งขันด้านการตลาดของตนอย่างไร และมีข้อสังเกตอย่างไรกับการทำธุรกิจในปัจจุบัน
   ตอบ ความเป็นผู้นำ ด้านราคา ลดต้นทุนการจัดซื้อ
            สร้างความแตกต่าง วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า  ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น
            นวัฒกรรม  เป็นผู้นำในตลาด
            ความเจริญเติบโต
           พันธมิตร
          คุณค่าด้านกลยุทธ์ในทางธุรกิจประการหนึ่งของเทคโนโลยีสารสนเทศ ก้คือ บทบาทที่ก่อให้เกิดการพัฒนาที่สำคัญในขั้นตอนต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท การลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถช่วยให้ขั้นตอนในการปฏิบัติงานภายในมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. กลยุทย์บทบาทของระบบสารสนเทศอะไร ที่จะนำมาช่วยในกระบวนการการปรับรื้อระบบ และการจัดการคุณภาพ
ตอบ เทคโนโลยีสารสนเทศ มีบทบาทสำคัญในการปรับรื้อกระบวนการทางธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่ ความรวดเร็วความสามรถในการประมวลผลข้อมูล และการเชื่อมต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สามรถเพิ่มประสิทฺภาพของขั้นตอนทางธุรกิจได้เป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับการติดต่อสื่อสารและการประสานงานในหมู่ที่รับผิดชอบในการทำงานและการบริหาร

3. จงตกตัวอย่างบริษัทที่ประสบความสำเร็จจากการใช้กระบวนการปรับรื้อทางธุรกิจ
 ตอบ  บริษัทรถยนต์ฟอร์ด ได้ปรับเปลี่ยนขั้นตอนของการจัดซื้อ อันเป็นกรณีตัวอย่างของการปรับรื้อกระบวนการทางธุรกิจ
4. จงยกตัวอย่างความสำเร็จของระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
 ตอบ บริษัท ซิลโก ซิสเต็ม  เป็นบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ทางการสื่อสารระยะไกลที่มีชื่อเสียงระดับโลก

5. จงยกตัวอย่างความล้มเหลวของระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
ตอบ 1. แรงหลักดันจากลูกค้า (Customer Driven) การเปิดเสรีทางการค้าในอุตสาหกรรมและบริการหลายประเทศ ทำให้คู่แข่ง สามารถเข้ามาในตลาดเป็นจำนวนมากและลูกค้ามีทางเลือกในการตัดสินใจ เลือกซื้อมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับลูกค้า ธุรกิจต้อง พยายามหาความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยอาศัยการศึกษาและการวิจัยตลาด เพื่อที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่ สอดคล้องความ ต้องการของลูกค้า

2. การแข่งขันระดับโลก (Global Competition) การเติบโตที่รวดเร็วและพัฒนาการที่ต่อเนื่องของระบบเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ ส่ง ผลให้หลายธุรกิจขยายตัวจนมีขอบเขตข้ามพรมแดนของรัฐ หรือ ที่เรียกว่า "บริษัทข้ามชาติ (Multinational Corporation , MNC)" ทำให้ธุรกิจที่อยู่รอดในอนาคตจะต้องพัฒนาความเข้มแข็งและความสามารถในการปรับตัวให้รวดเร็วและถูกต้อง เพื่อที่จะ แข่งขันบนเวทีโลกได้ อย่างสมบูรณ์

3. การกำหนดขนาดที่เหมาะสม (Rightsizing) การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ผู้บริหาร องค์การ ต้องทำการปรับรูปแบบโครงสร้างองค์การให้เหมาะสม โดยการใช้ ทรัพยากรร่วมกัน (Shared Resources) เพื่อลด ความฟุ่มเฟือย ในการ ใช้ทรัพยากรทางธุรกิจและสามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ 

4. คุณภาพ (Quality) ในปัจจุบันทั้งธุรกิจและผู้บริโภคต่างตื่นตัวต่อแนวความคิดด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการให้บริการ เนื่องจากลูกค้า ไม่เพียงแต่ต้องการผลิตภัณฑ์หรือบริการเท่านั้น แต่เขา ต้องการผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับเงิน ที่เสียไป หลายองค์การ ได้ พยายามพัฒนาคุณภาพและบริการของตน โดยนำหลักการจัดการด้านการดำเนินงานสมัยใหม่ (Modern Operations Management) มาประยุกต์ให้ในการสร้างคุณภาพของงาน เช่น การจัดการคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management , TQM) การผลิตแบบไม่มี ข้อผิดพลาด (Zero Defect) หรือคุณภาพจากแหล่งกำเนิด (Quality at Source) เป็นต้น

5. เทคโนโลยี (Technology) ธุรกิจนำเทคโนโลยีโดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน ไม่เพียงเพื่อเพิ่มผลผลิตภาพรวมขององค์การ เช่น การลดค่าใช้จ่ายและ ระยะเวลาในการดำเนินงานให้สั้นลงเท่านั้น แต่เทคโนโลยี ได้กลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญเชิงกลยุทธ์ ซึ่งช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันแก่ธุรกิจ นอกจากนี้การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ของธุรกิจยังช่วย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีในความรู้สึกของผู้บริโภค


6. จงอธิบายประโยชน์ของบริษัทเสมือน
ตอบ        -ใช้โครงสร้างพื้นฐาน และความเสี่ยงร้วมกัน
                -เชื่อมโยงความสามรถหลักเข้าร่วมกัน
                - ลดเวลา โดยการใช้ประโยชน์ร่วมกัน
                -อุปกรณือำนวยความสะดวกและการควบคลุมทางตลาด
                -เข้าถึงตลาดใหม่ ๆ และแบ่งตลาดหรือลูกค้าให้กัน
                 -เปลี่ยนจากการขายสินค้ามาเป็นขายวิธีการแก้ไขปัญหา
7. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเป็นกลยุทธ์ในระหว่างการทำธุรกิจ ซึ่งสามารถประสานงานระหว่างลูกค้า ร้านค้า และอื่น ๆ ได้อย่างไร
ตอบ โดยสร้างเครือข่ายสื่อสารผ่านดาวเทียมที่เชื่อมโยงทุกร้านเข้าด้วยกัน เครือข่ายดังกล่าวถูกออกแบบให้ ผู้จัดการ ผู้จัดซื้อ ผู้ซื้อ และ ฝ่ายขาย ทำงานร่วมกัน ดดยผ่านทางอินเตอร์เน็ต ในตลาดออนไลน์



นาวสาววิภาดา  จำปางาม บกจ 3/2

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7

1.อะไรคือความแตกต่างระหว่างความสามรถของผู้บริหารในการเรียกข้อมูลออกมาใช้ตามความต้องการของระบบสาสนเทศเพื่อการจัดการ และความสามารถจัดการเรื่องบริการการจัดสินใจโดยระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ตอบ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
การเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานภายในองค์กร ช่วงเวลา การยกเว้น ความต้องการและการดึงรายงานออกมา และการตอบสนองการกำหนดล่วงหน้า การจำกัดรูปแบบ การสร้างข้อมูลโดยการโอนหรือการย้ายของข้อมูลธุรกิจ
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
มีการเตรียมข้อมูลและเทคนิคการตัดสินใจในการวิเคราะห์ปัญหาเฉพาะหรือโอกาส
การตรวจสอบการติดต่อระหว่างกันและการตอบสนอง
เฉพาะตามความต้องการ มีความยึดหยุ่นและรูปแบบที่สามารถปรับใช้ได้
การสร้างข้อมูลจากรูปแบบจำลองในการวิเคราะห์ของข้อมูล

2.ระบบงานการขาย มีความก้าวหน้ากว่าแต่ก่อน เมื่อต้องการข้อมูลสำหรับการทำงานในองค์กร เนื่องจากความต้องการเรื่องกลยุทธ์ เทคนิค และการบริหารการตัดสินใจในธุรกิจเปลี่ยนไป ให้นักศึกษาอธิบายเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงนี้
ตอบ ระบบงานขาย รองรับงานด้านการขาย สร้างใบเสนอราคา ใบสั่งขาย ใบยืมสินค้า ใบส่งของ
ใบกำกับภาษี บิลเงินสด เป็นต้น

3.มีแนวทางไหนบ้าง ที่นักศึกษาใช้โปรแกรมตารางคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาช่วยในการตัดสินใจ
ตอบ โปรแกรมตารางคำนวณ หรือ Calc หรือ Spreadsheet เป็นโปรแกรมอีกหนึ่งในชุดโปรแกรมออฟฟิศทะเล 1.0 โปรแกรมตารางคำนวณนี้จะมีลักษณะการทำงานเชิงคำนวณและสามารถใช้วิเคราะห์ข้อม ูลได้รวมทั้งยังสามารถสร้างกราฟจากข้อมูลที่มีอยู่ได้อีกด้วย โปรแกรมตารางคำนวณ ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์หลักในการช่วยในการกรอกข้อมูลลงในช่อง ตาราง และทำการคำนวณที่เรามักเรียกว่า "แผ่นคำนวณ (Spreadsheet)" โดยหลังจากกรอก ข้อมูลแล้วเราสามารถทำการคำนวณหาผลลัพธ์ได้ทันที
นอกจากการคำนวณพื้นฐานที่สามารถทำการคำนวณข้อมูลที่มีจำนวนมาก ๆ ได้แล้ว ยังสามารถที่จะทำการแก้ไขข้อมูล ได้ง่ายซึ่งก็จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้สำหรับการคำนวณมาก ๆ เช่น วิศวกร ,นักสถิติ , นักคณิตศาสตร์ และนักบัญชี เป็นต้น
ในการคำนวณทั่วไปแล้วโปรแกรมตารางคำนวณ ยังมีความสามารถที่จะวิเคราะห์ข้อมูล เช่นการหาผลรวม การหาค่าที่สูงสุด การหาค่าที่ต่ำสุด รวมถึงการกรอกข้อมูลเฉพาะที่สนใจ และยังสามารถนำเอาข้อมูล ที่มีอยู่มาสร้างเป็นกราฟเพื่อให้บริหารสามารถมองเห็นภาพของข้อมูล ได้ชัดเจนขึ้นจึงจะเห็นได้ว่าหลาย ๆ หน่วยงานมักจะนำ โปรแกรมประเภทตารางคำนวณ มาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย
4.ทำไมการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง จึงขยายไปยังระดับกลาง และขยายไปทั่วหมดทุกแผนกในองค์กร
ตอบ ผู้บริหารระดับสูง
เป็นผู้ตัดสินใจแผนการระยะยาวที่เกี่ยวกับทิศทางโดยรวมขององค์การ
กำหนดวัตถุประสงค์ นโยบายและกลยุทธ์
แนะนำทางการจัดการในสิ่งต่างๆทั้งหมดที่ได้กำหนดไว้
       ผู้บริหารระดับกลาง  ผู้อำนวยการ หัวหน้าศูนย์ ผู้จัดการแผนก หรือหัวหน้าสายงาน
   ผู้บริหารระดับกลาง
ดำเนินงานตามนโยบายและแผนงานที่ได้กำหนดไว้
ประสานงานระหว่างผู้บริหารระดับสูง เพื่อกำหนดนโยบายให้ผู้จัดการระดับล่าง ได้นำแผนงานไปปฏิบัติ
5.ทำไมเครื่องคอมพิวเตอร์จึงสามารถคิดได้ อธิบายเหตุผล

ตอบ เป็นเครื่องจักรแบบสั่งการได้ที่ออกแบบมาเพื่อดำเนินการกับลำดับตัวดำเนินการทางตรรกศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ โดยอนุกรมนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อพร้อม ส่งผลให้คอมพิวเตอร์สามารถแก้ปัญหาได้มากมาย
คอมพิวเตอร์ถูกประดิษฐ์ออกมาให้ประกอบไปด้วยความจำรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูล อย่างน้อยหนึ่งส่วนที่มีหน้าที่ดำเนินการคำนวณเกี่ยวกับตัวดำเนินการทางตรรกศาสตร์ และตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ และส่วนควบคุมที่ใช้เปลี่ยนแปลงลำดับของตัวดำเนินการโดยยึดสารสนเทศที่ถูกเก็บไว้เป็นหลัก อุปกรณ์เหล่านี้จะยอมให้นำเข้าข้อมูลจากแหล่งภายนอก และส่งผลจากการคำนวณตัวดำเนินการออกไป
หน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์มีหน้าที่ดำเนินการกับคำสั่งต่างๆ ที่คอยสั่งให้อ่าน ประมวล และเก็บข้อมูลไว้ คำสั่งต่างๆ ที่มีเงื่อนไขจะแปลงชุดคำสั่งให้ระบบและสิ่งแวดล้อมรอบๆ เป็นฟังก์ชันที่สถานะปัจจุบัน
6.การประยุกต์ใช้ปัญญาดิษฐ์ในองค์กร ส่วนไหนสำคัญที่สุด บอกเหตุผลที่นักศึกษาเลือก
ตอบ การคิดและมีเหตุผล มีการใช้เหตุผลในการแปญหา ภายในองค์กรได้ แสดงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจิตนาการ จัดการความสัมพันธ์ของความสำคัญของปัจจัยในเหตุการณ์
7.การผสมผสานระหว่างระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายเส้นประสาท จะก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง นักศึกษาคาดหวังว่าจะเกิดเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างไรบ้าง

ตอบ  1. ช่วยรักษาความรู้ที่อาจสูญเสียไป เมื่อเกิดการลาออกของพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญ
         2. ช่วยทำให้ข้อมูลมีคุณภาพ และมีศักยภาพในการนำมาใช้งานได้อย่างทันท่วงทีเมื่อต้องการ
        3. ช่วยทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่
        4. ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะที่อาจเกิดกับมนุษย์ เช่น ความเมื่อยล้า ความสับสนวุ่นวาย หรือปัญหาอารมณ
        5. ใช้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ ด้านการตลาด การลดต้นทุน และการปรับปรุงพัฒนาสินค้า




8.อะไรคือขอบเขตจำกัด หรืออันตรายที่นักศึกษามองไม่เห็น ในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ ความจริงเสมือน และตัวแทนสติปัญญา และอะไรที่จะลดขนาดของผลกระทบเหล่านี้ลงได้
ตอบ  ระบบผู้เชี่ยวชาญ         1. เป็นการยากที่จะรวบรวมความรู้ได้ครบถ้วนในฐานความรู้
                                            2. ยากที่จะดึงความรู้มาจากคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ
                                            3. วิธีแก้ปัญหาอาจมีหลายวิธีจากผู้เชี่ยวชาญหลานคน
                                            4. นักวิศวกรความรู้ซึ่งเป็นผู้สร้างระบบผู้เชี่ยวชาญนั้นหายากและค่าตอบแทนสูง
                                            5. คำตอบของระบบผู้เชี่ยวชาญอาจไม่ถูกต้องนัก ถ้าไม่มีการรวบรวมความรู้ที่ดีพอ
                                            6. ระบบผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถจัดการกับความรู้ที่ไม่แน่นอนได้ เพราะในระบบธุรกิจน้อยอย่างที่คงความถูกต้องตลอดไป เนื่องจากการกระทำของมนุษย์เป็นตัวแปรสำ
                                           7.ระบบผู้เชี่ยวชาญไสมารถคงอยู่ในตัวมันเองได้ นั้นคือ ระบบผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไม่สามรถเรียนรู้จากประสบการณ์

        ความจริงเสมือน  มีขีดจำกัดอย่างเดียว คือ ต้นทุนของเทคโนโลยี

        ตัวแทนสติปัญญา  มีการเตบโตอย่างรวดเร็วตามความง่ายในการใช้งานของซอฟต์แวร์

       
 นางสาววิภาดา  จำปางาม บกจ 3,2